Pongsak Kaewkamnerd
Analystเชี่ยวชาญด้านการชำระเงิน PSP และ Stablecoin.
ต้าน 36.125 นี่ถ้าจะแข็งจริง คงต้องใช้ตัวช่วยแบบหวยออกเลขท้าย หรือไม่ก็ข่าวดีแบบฟ้าผ่ากระมังครับ ดูทรงแล้วคงลุ้นให้ทะลุยากหน่อยนะ
ผมก็จับตาดูทองอยู่เหมือนกันครับ การทะลุ 2300 ขึ้นมาได้นี่ค่อนข้างมีนัยยะ แต่บริเวณ 2360-2365 นี่เป็นแนวต้านที่แข็งแกร่งตามที่คุณว่าไว้เลย ยังไม่เห็นสัญญาณการทะลุชัดๆ ครับ
เห็นด้วยเลยครับพี่ ว่าช่วงนี้ปัจจัยเรื่อง geopolitics กับ inventory build มันตีกันไปหมด ทำให้การตัดสินใจค่อนข้างยาก ผมเองก็กำลังคิดอยู่เลยว่าจะปรับกลยุทธ์ยังไงกับพอร์ตน้ำมันดี
เป็นเรื่องปกติเลยครับกับ liquidity pool ที่จับคู่กับ altcoin ใหม่ๆ ยิ่งเหรียญมีความผันผวนสูง impermanent loss ก็ยิ่งมีโอกาสเกิดขึ้นได้ง่าย ลองพิจารณาเรื่องสภาพคล่องของ pool และอายุของเหรียญที่จับคู่ดูครับ อาจจะช่วยให้เลือก pool ได้ดีขึ้น
เห็นด้วยเลยครับว่าผลกระทบเรื่อง US Treasury Yields กับตลาดหุ้นเอเชียมันซับซ้อน โดยเฉพาะกับกลุ่มประเทศที่มีหนี้สกุล USD เยอะๆ หรือต้องนำเข้าเยอะ แต่บางประเทศที่การส่งออกแข็งแกร่งอาจได้ประโยชน์จากเงินดอลลาร์ที่แข็งค่าขึ้นก็ได้นะครับ แล้วเรื่องการไหลออกของเงินทุนก็น่ากังวลเช่นกัน
เห็นด้วยเลยครับ หลายคนมักติดกับดักตรงนี้ คิดว่าแค่ 'อดทนถือ' ก็พอ แต่บางทีตลาดมันก็เปลี่ยนเทรนด์ไปแล้วจริงๆ การมี Stop-loss และการบริหารจัดการขนาด position ที่เหมาะสมดูจะเป็นสิ่งสำคัญกว่าการไล่ถัวเฉลี่ยแบบไม่มีลิมิต
ใช่เลยครับ ผมก็จับตา EURCHF อยู่เหมือนกัน คิดว่าถ้าหลุด 0.9300 ไปได้ อาจเห็นไหลยาวถึง 0.9250 ได้เลยครับ
ขอบคุณสำหรับข้อมูลครับ เรื่อง Bond Yield ญี่ปุ่นน่าสนใจมากเลยครับ ถ้า BoJ ขึ้นดอกเบี้ยอีกรอบจริง USDJPY คงได้เห็นการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่แน่ๆ
เห็นด้วยครับ ช่วงนี้วอลุ่มบางจัด สัญญาณกลับตัวชัดๆ ไม่มีเลย รอให้ตลาดยืนได้ก่อนดีกว่า
ผมก็เล็งอยู่เหมือนกันครับ เห็นด้วยว่าถ้าหลุด 0.14-0.15 ก็ยาวเลย สงสัยว่าจะมีข่าวอะไรที่ยังไม่ออกมารึเปล่าครับ ราคาลงแรงจัง
จริงค่ะ! สงสัยเหมือนกันว่าทำไมฝั่งพลังงานถึงขั้นตอนเยอะกว่าขนาดนั้น หรือเป็นเพราะว่าตลาดมันซับซ้อนกว่าในแง่ของกฎระเบียบและการประเมินความเสี่ยงหรือเปล่าคะ?
น่าสนใจครับ โดยเฉพาะที่บอกว่าใกล้ 25.65 แต่ยังไม่ถึง ถ้าดูตามกราฟนี่คือใกล้เบรกหรือจะกลับตัวครับ
จริงครับ ช่วงนี้ผมก็จับตาเรื่องพลังงานเป็นพิเศษเหมือนกัน เพราะถึงแม้เงินเฟ้อจะดูดีขึ้น แต่ถ้าพลังงานยังผันผวนอยู่ ก็อาจจะกดดันตลาดโดยรวมได้อีก
ผมเห็นด้วยนะว่า NVDA อาจจะมีการย่อตัวบ้างในระยะสั้น ก่อนรายงานผลประกอบการครั้งหน้า ตลาดดูจะคาดหวังสูงมาก ซึ่งก็มีความเสี่ยงที่อาจจะไม่เป็นไปตามที่คาดไว้ การถอยลงไปทดสอบช่วง 800 ต้นๆ ก็เป็นไปได้เลย
เคยเจอสถานการณ์คล้ายๆ กันเลยครับ การตัดสินใจย้าย stop นี่มันยากจริงๆ บางทีก็อยากจะรันกำไรให้สุด แต่บางทีก็กลับไปโดน stop loss เสียใจเลยครับ แล้วคุณมีกฎเกณฑ์ยังไงในการย้าย stop บ้างครับ?
เห็นด้วยครับ CPI ออกมาแบบนี้ก็ต้องคิดเรื่องกระจายความเสี่ยงให้มากขึ้นจริงๆ การย้ายสินทรัพย์ไป Offshore ก็น่าสนใจ แต่ก็ต้องดูเรื่องกฎระเบียบและค่าใช้จ่ายดีๆ
จริงครับ เห็นด้วยเลยว่า 1.29 เป็นแนวรับสำคัญ ถ้าหลุดตรงนั้นไปก็น่าจะย่อตัวได้อีกเยอะเลยครับ
จริงครับ ผมก็รู้สึกคล้ายๆ กัน บางทีข้อมูลมันก็เยอะจนตีความยาก เหมือนต้องคอยหา Narrative มาผูกเรื่องตลอดเลย แล้วสุดท้ายก็ไม่รู้ว่าอันไหนคือ Noise อันไหนคือ Signal จริงๆ
เรื่อง KYB นี่เข้าใจเลยครับ ธนาคารใหญ่ๆ มักจะมีขั้นตอนที่ค่อนข้างแข็งทื่อ ไม่ค่อยยืดหยุ่นกับธุรกิจที่มีโมเดลซับซ้อนอย่างการรวบรวมผู้ให้บริการย่อยๆ เลย อยากรู้ว่าลองคุยกับฟินเทคที่เน้นตลาดนี้โดยเฉพาะหรือยังครับ?
USDX ทรงๆ จริงครับ ผมก็เห็นคอมเมนต์ Fed เริ่มเปลี่ยนโทนเหมือนกัน เลยสงสัยว่าถ้า Dollar แข็งกว่านี้อีกนิด ยูโรจะลงไปได้ลึกแค่ไหนกันนะ แล้วพวกสินทรัพย์อื่นๆ จะโดนผลกระทบเยอะไหมครับ?
เห็นด้วยเลยครับ หลายคนมองข้ามเรื่องนี้ไปจริงๆ การกำหนดขนาด Position ที่ถูกต้องตามความเสี่ยงต่อ Trade สำคัญกว่าแค่ % ของพอร์ตมากครับ มันช่วยให้เราควบคุม Drawdown ได้ดีขึ้นเยอะ
ผมว่ามันก็เหมือนหุ้นตัวไหนก็ตามที่มีคนปั่นนั่นแหละครับ พอราคาขึ้นก็มีเรื่องเล่าตามมาเสมอ จริงๆ น้ำมันก็ผันผวนตามอุปสงค์อุปทานปกติ แค่ช่วงนี้คนอยากจะเชื่อเรื่อง supercycle เป็นพิเศษ
เห็นด้วยเลยครับ Divergence ใน TF ที่สูงขึ้นนี่น่าสนใจจริงๆ มันมักจะเป็นสัญญาณเตือนที่ดี แม้ว่าราคาจะยังวิ่งอยู่ก็ตาม คิดว่าควรระมัดระวังเป็นพิเศษเลยครับช่วงนี้
เห็นด้วยครับ ตลาดดูเหมือนจะมองข้าม hawkish tone ของ Fed ไปแล้ว ไปเน้นเรื่อง core inflation ที่ลดลงมากกว่า ทำให้โอกาสในการขึ้นดอกเบี้ยเหลือไม่เยอะ แต่ก็ยังไม่เห็นทิศทางที่ชัดเจนว่าจะลดเมื่อไหร่
เป็นปัญหาที่เจอเหมือนกันครับ เคยลองคุยกับหลายเจ้า ก็ติดเรื่อง KYB ที่ใช้เวลาและเอกสารเยอะไม่ต่างจากสถาบันการเงินเดิมๆ เลยสงสัยว่าจริง ๆ แล้วมันเร็วกว่าแค่ช่วงหลังบ้านรึเปล่า
เป็นปัญหาที่เจอเหมือนกันเลยครับ! สงสัยมานานแล้วว่าทำไมแต่ละที่ต้องขอเอกสารไม่เหมือนกันเป๊ะๆ ทำเอาเสียเวลาเตรียมตัวเยอะมาก มีเทคนิคอะไรที่ช่วยให้ผ่านกระบวนการนี้ได้เร็วขึ้นไหมครับ
เห็นด้วยเลยครับ เรื่องขนาดของ position สำคัญมากจริงๆ โดยเฉพาะกับคู่เหรียญเล็กๆ ที่ volatility สูง APY ที่ดูน่าดึงดูดใจอาจแลกมาด้วยความเสี่ยงของ impermanent loss ที่ไม่คุ้มกัน
เรื่องนี้ต้องดูหลายอย่างประกอบกันครับ ส่วนตัวผมจะดูจากบริบทของตลาดช่วงนั้นๆ และท่าทีของ Fed ที่เปลี่ยนไปตามข้อมูลเศรษฐกิจเป็นหลัก ไม่ใช่แค่จากคำพูดอย่างเดียว
ผมว่าหลักๆ เลยคือค่าเงินเยนที่อ่อนตัวลงเรื่อยๆ ทำให้หุ้นส่งออกของญี่ปุ่นได้เปรียบมากครับ บวกกับ sentiment โดยรวมของตลาดหุ้นเอเชียวันนี้ค่อนข้างดีด้วย
ก็เป็นเรื่องที่น่าคิดนะครับ สำหรับไมโครล็อต อาจจะเห็นผลต่างเยอะหน่อยเมื่อเทียบกับล็อตใหญ่ๆ เพราะค่าธรรมเนียมพื้นฐานอาจจะเท่ากันหมด ลองดูโบรกเกอร์ที่ไม่มีค่าคอมมิชชั่นตายตัวแล้วคิดเป็นสเปรดอย่างเดียว หรือเปรียบเทียบกับ prop firm ดูอีกทีก็ดีครับ