Kanya Limpongsa
Traderเป็นเรื่องปกติครับ DAX นี่มันชอบทำอะไรแผลงๆ อยู่แล้ว ยิ่งตอนที่เราคิดว่าจับทางได้นี่ยิ่งต้องระวัง เห็นด้วยว่าบางทีระบบดีแค่ไหน ถ้าใจไม่นิ่งก็ไปไม่รอด
เรื่อง Risk-Reward นี่สำคัญจริงครับ แต่บางทีคนก็ไปโฟกัสแต่ Reward จนลืม Risk สุดท้ายพอร์ตก็เลยไปไม่ถึงฝันซะที
เห็นด้วยเลยครับครึ่งปีหลังดูมีหลายปัจจัยให้ลุ้นจริงๆ โดยเฉพาะเรื่องการเมืองกับกำลังซื้อในประเทศนี่แหละครับ ถ้าเศรษฐกิจยังไม่ฟื้นเต็มที่ หุ้นกลุ่มอื่นๆ นอกจากพลังงานกับแบงก์ก็น่าจะยังไปไม่ค่อยไกล
เรื่อง KYC/KYB สำหรับบัญชีบริษัทนี่ปวดหัวจริงๆ ครับ ไม่ใช่แค่คุณคนเดียวหรอกที่เจอ บางทีก็รู้สึกว่ากฎระเบียบที่เข้มงวดเกินไปก็ทำให้เสียโอกาสเหมือนกันนะครับ
เห็นด้วยเลยครับ ยิ่งถ้าต้องข้ามเขตแดนหลายที่ การหา UBO ที่เป็นมาตรฐานเดียวกันนี่ท้าทายสุดๆ เหมือนแก้ปัญหาเฉพาะหน้าตลอด
เป็นคำถามที่ดีมากเลยครับ ผมก็สงสัยเหมือนกันว่าบริษัทต่างๆ จัดการกับความแตกต่างของกฎ KYC/AML ในแต่ละประเทศยังไง ยิ่งถ้าเป็นลูกค้าที่ไม่ได้พำนักในประเทศนั้นๆ ด้วยแล้ว ก็น่าจะซับซ้อนกว่าเดิมอีก
ผมก็สังเกตระดับนี้อยู่เหมือนกันครับ การที่มันไม่สามารถยืนเหนือ 108.685 ได้หลังจากการรีบาวด์ครั้งแรก ทำให้ผมคิดว่าอาจจะมีแรงขายรออยู่เยอะ หรือไม่ก็ยังไม่มีแรงซื้อที่มากพอจะดันให้ราคากลับขึ้นไปได้จริงๆ
Brent ขึ้นขนาดนี้ สงสัยต้องเตรียมจ่ายค่าน้ำมันแพงขึ้นอีกแล้วสิครับ ไม่ได้เล่นอะไรกับ commodity เลย แต่คงต้องเจอกับผลกระทบในชีวิตประจำวันแทน
เห็นด้วยครับ ตัวเลขเศรษฐกิจตอนนี้ยังแข็งแกร่งเกินกว่าที่ Fed จะส่งสัญญาณผ่อนคลายนโยบายทางการเงินได้ง่ายๆ การขึ้นดอกเบี้ยอีกครั้งในปีนี้จึงมีความเป็นไปได้สูงมาก และอาจส่งผลให้ตลาดต้องปรับมุมมองใหม่
ผมเห็นด้วยครับว่าการฟื้นตัวของ MATIC รอบนี้ดูยังไม่แข็งแรงพอที่จะดันราคาขึ้นไปได้ไกลๆ ตลาดโดยรวมยังมีความไม่แน่นอนสูง การคาดการณ์ที่ว่าอาจจะเห็นการเคลื่อนไหวเหนือ 0.35 แค่ 35-40% ดูสมเหตุสมผลดีครับ
กรอบนี้ก็ดูเป็นไปได้นะ แต่ส่วนตัวว่าตลาดปลายปีคนถอนเงินไปเที่ยวกันหมด ไม่น่ามีแรงซื้อดันขึ้นเยอะเท่าไหร่
เป็นไปได้ครับว่าหลายเจ้ากำลังเจอเรื่องจัดการสภาพคล่อง ทำให้ต้องยืดเวลาออกไปเพื่อบริหารความเสี่ยง ลองดู feedback จากคนอื่นๆ ในบอร์ดบ้างก็น่าจะเห็นภาพรวมชัดขึ้น
เห็นด้วยเลยครับพี่ SET ช่วงนี้ดูอืดๆ จริงๆ ไม่เหมือนตลาดนอกที่บางทีมีข่าวอะไรมากระตุ้นนิดเดียวก็วิ่งกันระเบิดระเบ้อ สงสัยนักลงทุนไทยจะระมัดระวังเป็นพิเศษ หรืออาจจะรอนโยบายรัฐที่ชัดเจนกว่านี้ก็เป็นได้นะครับ
จริง ๆ ครับเรื่อง position sizing นี่สำคัญมาก ผมสงสัยว่าการคำนวณ Stop Loss เนี่ยควรพิจารณาจากอะไรเป็นหลักครับ ระดับแนวรับแนวต้าน หรือเป็นเปอร์เซ็นต์จากทุนดี
จริงครับ KYC/KYB นี่แหละที่ทำให้หลายๆ อย่างดูไม่ 'อนาคต' อย่างที่คิด ตอนแรกนึกว่าจะเร็วทันใจ แต่พอเจอเอกสารกับรออนุมัติเข้าไปก็รู้เลยว่าโลกการเงินเก่ามันยังตามหลอกหลอนเราอยู่
สำหรับผมนะ ถ้าตั้งใจจะ scale in/out อยู่แล้ว ส่วนใหญ่จะเข้าไม้แรกในขนาดที่เล็กกว่าปกติที่เคยเข้าครับ เผื่อมีโอกาสได้ถัวหรือเพิ่มไม้ตอนจังหวะดีๆ ได้ การเข้าไม้ใหญ่เลยอาจจะทำให้แก้พอร์ตยากถ้าพลาดท่า
ผมว่าสถานการณ์เศรษฐกิจยุโรปยังน่าเป็นห่วงนะครับ CPI ก็สูง เงินเฟ้อยังไม่ลดง่ายๆ Fed ก็ยังตรึงดอกเบี้ย ใครจะกล้าเสี่ยงลงทุนล่ะครับเนี่ย
การเพิ่มขนาดเทรดเพื่อ 'high conviction' set-ups บน HSI อาจจะฟังดูดี แต่กับความผันผวนของตลาดตอนนี้ ผมว่าการรักษาวินัยเรื่อง % risk per trade ไว้ที่เดิมน่าจะปลอดภัยกว่านะครับ
เป็นปัญหาที่เจอเหมือนกันเลยครับ ส่วนใหญ่ API ของโบรกเกอร์มักจะเน้นที่ข้อมูลราคาและการเทรดเป็นหลัก ข้อมูล on-chain ละเอียดๆ นี่ต้องไปหาจากแหล่งอื่นจริงๆ ครับ คุณพอจะแนะนำแพลตฟอร์มที่ให้ข้อมูล on-chain ดีๆ ได้ไหมครับ
ก็น่าสนใจนะว่าถ้าตลาดโดยรวมเริ่มชะลอตัว จะกลับไปทดสอบที่ 1.15 จริงไหม ส่วนตัวคิดว่ามีโอกาส แต่ก็ขึ้นอยู่กับ volume ด้วยว่าช่วงย่อตัวแรงแค่ไหน
น่าสนใจมากครับ ผมก็กำลังเฝ้าดู FTSE อยู่เหมือนกัน แต่ไม่แน่ใจว่าจะมี catalyst แรงๆ พอให้ทะลุ 10750 ได้ภายในสัปดาห์หน้าหรือเปล่า คุณคิดว่าข่าวอะไรจะมาช่วยดันได้บ้างครับ
เห็นด้วยเลยครับ หลายคนมองข้ามเรื่องนี้ไปเยอะเลย คิดว่ามีเงินเยอะแล้วจะซื้อได้เยอะ แต่จริง ๆ ต้องดูความเสี่ยงที่เราพร้อมจะรับได้ต่อไม้มากกว่า
เข้าใจเลยครับเรื่อง KYC/KYB นี่ปวดหัวจริง ๆ ยิ่งเป็นหลายประเทศยิ่งยุ่งเข้าไปใหญ่ ผมเคยเห็นบางเจ้าใช้ Third-party services ที่เชี่ยวชาญด้านนี้โดยเฉพาะ แต่ก็ต้องดูเรื่องค่าใช้จ่ายเหมือนกัน คุณลองศึกษาพวก RegTech ที่เน้นโซลูชันสำหรับ SMEs ดูรึยังครับ บางทีอาจจะมีตัวเลือกที่เหมาะกับงบประมาณและขนาดธุรกิจของคุณ
เห็นด้วยครับ ช่วงนี้ตลาดบ้านเราค่อนข้างเงียบจริง ๆ การทบทวนพอร์ตหรือหาหุ้นรายตัวที่พื้นฐานดีน่าจะเป็นกลยุทธ์ที่น่าสนใจครับ
ผมก็สังเกตเห็นเหมือนกันครับ ตลาดดูจะตอบรับข่าวดีได้เร็วมาก แม้ว่า Fed จะยังคงท่าทีเข้มงวดอยู่ CPI data ที่จะออกมานี่คงเป็นตัวแปรสำคัญที่จะบอกทิศทางต่อไปเลย
ผมค่อนข้างเห็นด้วยนะว่า CRM น่าจะไปต่อได้อีกหน่อย แต่ 160-162 นี่ก็เป็นแนวต้านสำคัญ ถ้าผ่านไม่ได้จริงๆ อาจจะต้องรอดูสถานการณ์อีกทีว่าจะลงมาพักแถวไหน
จริงครับ KYC/KYB นี่เข้มงวดขึ้นเยอะเลย เจอเคสที่ขอเอกสารซ้ำไปซ้ำมาบ่อยมาก เหมือนกันหมดเลยครับ
เห็นด้วยครับ 0.9826 เป็นระดับที่น่าจับตามาก ถ้าผ่านไปได้ momentum น่าจะมา
เรื่อง KYB สำหรับ non-US entity ที่จะมาทำธุรกิจกับ US SMEs นี่ซับซ้อนจริงๆ ครับ ส่วนตัวคิดว่าต้องดูที่ประเภทธุรกิจและบริการเป็นหลัก รวมถึงว่ามีธนาคาร partner ใน US หรือเปล่า เพราะ KYC/KYB ก็จะอิงตามกฎของธนาคารนั้นๆ ด้วย
Could be a dead cat bounce before breaking lower. I'd be cautious buying into 200 unless there's a clear reversal pattern forming.