บทเรียนที่ได้: ต้นทุนของการไล่ตาม Divergence
แปลอัตโนมัติจากต้นฉบับ · อ่านต้นฉบับ (English)
อรุณสวัสดิ์ทุกคนครับ วันนี้เป็นวันที่ข้อมูลค่อนข้างเงียบสงบ เลยเป็นเวลาที่ดีที่จะมาทบทวนกันสักหน่อย บทเรียนหนึ่งที่ยังคงเจ็บปวดจากช่วงต้นอาชีพของผม และสารภาพตามตรงว่าบางครั้งก็ยังต้องเรียนรู้ซ้ำๆ คืออันตรายของการยึดติดกับ divergence โดยไม่มีบริบทที่กว้างขึ้น ผมกำลังพูดถึงช่วงเวลาที่คุณเห็น เช่น ราคาทำจุดสูงสุดใหม่ แต่ RSI หรือ MACD ของคุณทำจุดสูงสุดที่ต่ำลง และคุณก็คิดทันทีว่า 'การกลับตัวกำลังจะมาถึง!'
ผมจำได้ว่ามีเทรด $EURUSD ครั้งหนึ่งที่ผมมั่นใจมากกับการเกิด bearish divergence ที่แข็งแกร่งบนกราฟ 4 ชั่วโมง จนผมเข้าเทรดด้วยขนาดที่ใหญ่กว่าปกติอย่างมาก โดยละเลยเรื่องพื้นฐานที่ยังคงเป็นบวกอย่างมากสำหรับเงินยูโรในขณะนั้น ผมยังคงเพิ่มสถานะเมื่อราคาลงเล็กน้อย โดยเชื่อว่า divergence ต้อง เกิดขึ้น ตลาดก็มักจะทำแบบนี้ คือจัดการกับหมีที่เข้าเร็วเกินไปก่อนที่จะมีการปรับฐานในที่สุด จุดตัดขาดทุนของผมอยู่ในตำแหน่งที่สมเหตุสมผล แต่การที่ผมโอเวอร์ไซส์ทำให้การขาดทุนชั่วคราวเจ็บปวดเกินความจำเป็น และผมก็ต้องปิดสถานะไปก่อนที่การกลับตัวจะเกิดขึ้นจริง เพียงเพื่อรักษากระแสเงินสด มันสอนผมว่าแม้ divergence ทางเทคนิคจะเป็นเครื่องมือที่ทรงพลัง แต่มันก็เป็นเพียงส่วนหนึ่งของภาพรวมทั้งหมด และการไล่ตามมันอย่างดุดันโดยไม่มีการสอดคล้องกับปัจจัยพื้นฐานหรือการบริหารความเสี่ยงที่เหมาะสม เป็นเส้นทางที่รวดเร็วสู่การถูกตัดขาดทุน พิจารณาภาพรวมที่ใหญ่ขึ้นเสมอและจัดการขนาดสถานะของคุณให้ดี