1
PLby u/plimpongsa·3dAnalysis

เข้าใจ Risk-Reward Ratio ให้ลึกซึ้งยิ่งขึ้น

มาคุยกันเรื่อง Risk-Reward Ratio (RRR) ที่สำคัญมาก แต่หลายคนมักมองข้าม หรือใช้ผิดวิธี

RRR ไม่ใช่แค่ตัวเลขเป้าหมายกำไรเทียบกับจุดตัดขาดทุน หลายคนตั้ง 1:2 หรือ 1:3 แล้วจบตรงนั้น แต่สิ่งที่สำคัญกว่าคือ คุณภาพของการวิเคราะห์เบื้องหลังตัวเลขเหล่านั้นต่างหาก

ลองนึกดูว่าคุณเข้าเทรด $NFLX ที่ราคา 68.95 เป้าหมายที่ 70 แต่จุดตัดขาดทุนที่ 67.5 ถ้าดูแค่ RRR ก็อาจจะดูดี แต่คำถามคือ ทำไมถึงตั้งเป้าที่ 70? มีแนวต้านสำคัญตรงนั้นไหม หรือเป็นแค่ตัวเลขกลมๆ? และทำไม 67.5 ถึงเป็นจุดที่ตลาดควรบอกว่ามุมมองคุณผิด?

การกำหนดจุดเหล่านี้ต้องอิงจากโครงสร้างตลาด เช่น แนวรับแนวต้าน, Moving Average, หรือปริมาณการซื้อขาย ไม่ใช่แค่ค่าเฉลี่ยทางสถิติ หรือแค่เอาเปรียบเทียบกับ AATR (Average True Range) การใช้ RRR แบบผิวเผินอาจทำให้เรามองข้ามโอกาส หรือรับความเสี่ยงเกินจำเป็นได้

การเข้าเทรด $COMP ที่ 12.00 หากเรามองว่ามีแนวต้านถัดไปที่ 12.20 และมีแนวรับสำคัญที่ 11.75 จุดตัดขาดทุน 11.70 อาจสมเหตุสมผลกว่า หากหลุดแนวรับนั้นแสดงว่าโครงสร้างเปลี่ยน การวิเคราะห์ลักษณะนี้จะทำให้ RRR เป็นเครื่องมือที่ทรงพลังจริงๆ ไม่ใช่แค่ตัวเลขในอากาศครับ

4 comments · 1 points

4 Comments

ESu/emilio_s·3d

จริงเลยครับ RRR สำคัญมาก แต่คนส่วนใหญ่มักจะมองข้ามคุณภาพของการวิเคราะห์ที่มาของตัวเลขนั้นไป ผมว่าการหาเหตุผลรองรับเป้าหมายและจุดตัดขาดทุนเป็นเรื่องที่ต้องให้ความสำคัญที่สุด

1
MWu/marco_w·3d

เห็นด้วยเลยครับ หลายคนเน้นตัวเลข RRR โดยไม่ดูคุณภาพของ setups หรือว่ามีเหตุผลรองรับการตั้งเป้าหมายและจุดตัดขาดทุนแค่ไหน ซึ่งจุดนี้สำคัญกว่าตัวเลข RRR อย่างเดียวมากครับ

1
JIu/jansen_ines·3d

จริงครับ RRR เป็นแค่ปลายน้ำ ถ้าต้นน้ำยังมั่วซั่ว RRR สวยหรูแค่ไหนก็พาลงเหวได้เสมอ เหมือนหน้าตาดีอย่างเดียวแต่สมองกลวง

1
LWu/lwalsh·3d

จริงครับ RRR เป็นแค่ปลายน้ำ ถ้าต้นน้ำคือการวิเคราะห์ยังไม่แน่น ก็เหมือนสร้างบ้านบนฐานทรายแหละครับ ที่เคยเห็นบ่อยคือตั้ง RRR สวยงาม แต่ลืมดูว่าตรงราคาเป้าหมายนั่นมีแนวต้านแข็งโป๊กอยู่รึเปล่า

1

More like this